คลอรีนมีกี่ประเภท เจาะลึกประเภทของคลอรีนที่เหมาะกับการใช้งาน

หนึ่งในเคมีภัณฑ์สระว่ายน้ำที่ผู้ดูแลสระว่ายน้ำจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นก็คือคลอรีน หากคุณไม่รู้ว่าคลอรีนมีกี่ประเภท แล้วเลือกประเภทของคลอรีนไม่ตรงกับฟังก์ชันการใช้งานจริงๆ นอกจากจะเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาจนถึงขั้นต้องเสียค่าซ่อม เปลี่ยนอุปกรณ์ หรืออาจต้องรื้อระบบใหม่เลยก็ได้เช่นกัน วันนี้ PoolSPT จะมาเจาะลึกทุกรายละเอียดเกี่ยวกับคลอรีน เพื่อให้คลอรีนที่คุณเลือกใช้ตอบโจทย์หน้างานจริงของคุณมากที่สุด
ประเภทของคลอรีนสำคัญอย่างไร?
การเลือกประเภทของคลอรีนให้เหมาะกับการใช้งานมีผลโดยตรงต่องบประมาณและประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำ เพราะคลอรีนแต่ละชนิดมีความเข้มข้น คุณสมบัติในการละลาย และการส่งผลต่อค่าสารเคมีอื่นๆ เช่น ค่า pH หรือค่าแคลเซียม ที่แตกต่างกันออกไป หากคุณรู้ว่าคลอรีนมีกี่ประเภท ประเภทไหนควรใช้ตอนไหน ก็จะช่วยควบคุมค่าน้ำในสระให้ใสสะอาด ปลอดภัย และคงที่ ไม่ต้องเผชิญปัญหาน้ำเขียว คราบหินปูน หรือระบบกรองอุดตันจนทำให้โครงสร้างสระเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าเคมีภัณฑ์สิ้นเปลือง ลดความถี่ในการจ้างช่างเข้ามาแก้ไขปัญหาใหญ่ อีกทั้งยังควบคุมค่าบริการดูแลสระว่ายน้ำรายเดือนให้อยู่ในงบที่กำหนดว้ โดยไม่ต้องเสียต่าซ่อมแซมระบบหลังบ้านโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
คลอรีนมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
ประเภทของคลอรีนที่นิยมใช้บำบัดน้ำและทำความสะอาดสระว่ายน้ำในปัจจุบัน จะแบ่งตามสถานะและรูปแบบการใช้งาน หลัก ๆ จะมีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้
1. คลอรีนผง (Calcium Hypochlorite / Sodium Dichlor)
คลอรีนผง เป็นคลอรีนรูปแบบผงสีขาว นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายตามบ้านเรือนและสระว่ายน้ำทั่วไป มีความเข้มข้นสารออกฤทธิ์ให้เลือกตั้งแต่ 65%, 70% ไปจนถึง 90% ในส่วนของคุณสมบัติการละลายจะต้องนำมาผสมน้ำในถังภายนอกเพื่อให้คลอรีนละลายจนหมดก่อน แล้วจึงนำน้ำที่ผ่านการผสมแล้วไปเทราดรอบสระเพื่อให้เคมีกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง
- ข้อดี: ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย กำจัดตะไคร่น้ำได้รวดเร็วทันใจ เหมาะสำหรับการทำ Shock Chlorine เพื่อบำบัดน้ำเร่งด่วนในสภาวะน้ำเขียวหรือน้ำขุ่น
- ข้อเสีย: สลายตัวง่ายเมื่อโดนแสงแดดและความร้อนจากรังสี UV จึงสิ้นเปลืองมากกว่าคลอรีนประเภทอื่น จึงต้องเติมบ่อยขึ้นในช่วงกลางวัน อีกทั้งมีขั้นตอนการใช้งานที่ค่อนข้างวุ่นวายเพราะต้องตักผงมาละลายน้ำทุกครั้งก่อนใช้งาน
- ข้อควรระวัง: คลอรีนผงบางชนิด เช่น แคลเซียมไฮโปคลอไรต์ (Calcium Hypochlorite) มีส่วนผสมของแคลเซียมอยู่ด้วย หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ตรวจสอบหรือถ่ายน้ำเก่าออกบ้าง จะทำให้ค่าความกระด้างในน้ำสูงขึ้น จนกลายเป็นคราบหินปูนฝังแน่นตามผนังสระและระบบกรองน้ำ
2. คลอรีนเม็ด (Trichloroisocyanuric Acid / Trichlor 90%)
คลอรีนเม็ดเป็นคลอรีนในรูปแบบอัดก้อนกลมสีขาวขนาดประมาณ 3 นิ้ว มีความเข้มข้นในการออกฤทธิ์สูงถึง 90% ละลายน้ำได้ช้ามาก โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันต่อ 1 ก้อน ส่วนใหญ่นิยมใช้ร่วมกับอุปกรณ์จ่ายคลอรีนอัตโนมัติหรือใส่ในทุ่นลอยคลอรีนเพื่อให้กระแสน้ำพัดให้สารเคมีค่อย ๆ ละลายเข้าสู่ระบบสระว่ายน้ำ
- ข้อดี: ละลายตัวช้ามาก จึงช่วยควบคุมและรักษาปริมาณคลอรีนในสระให้คงที่ได้อย่างยาวนานโดยไม่จำเป็นต้องเติมทุกวัน นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของกรดไซยานูริก (Stabilizer) ที่ปกป้องไม่ให้คลอรีนสลายตัวจากแสงแดดได้ง่าย ๆ
- ข้อเสีย: มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมาก (ค่า pH ค่อนข้างต่ำ) เมื่อใช้ไปนาน ๆ ค่า pH ของน้ำในสระจะค่อย ๆ ลดลงตามด้วย หากจะนำมาใช้จะต้องคอยตรวจเช็กและเติมเคมีภัณฑ์ที่เป็นด่างเพื่อปรับสมดุลน้ำอยู่เสมอ
- ข้อควรระวัง: ห้ามนำก้อนคลอรีนไปโยนลงสระว่ายน้ำโดยตรง เนื่องจากฤทธิ์ที่เป็นกรดเข้มข้นจะกัดกร่อนผิวกระเบื้อง ยาแนว หรือผ้าใบไวนิลบริเวณที่ก้อนคลอรีนจมอยู่จนเกิดคราบด่าง ซีดขาว หรือทำให้พื้นผิวเสียหาย
3. คลอรีนเหลว (Sodium Hypochlorite)
คลอรีนเหลว เป็นคลอรีนในรูปแบบของเหลวที่มีน้ำสีเหลืองอมเขียว มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ค่อนข้างต่ำเพียง 10-15% มีคุณสมบัติละลายรวมเข้ากับน้ำในสระทันทีโดยไม่ต้องละลายล่วงหน้าก่อนเหมือนแบบผง นิยมใช้ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เช่น สระว่ายน้ำตามโรงแรม สวนน้ำ หรือสระที่ใช้ระบบปั๊มจ่ายสารเคมีอัตโนมัติเข้าสู่ท่อน้ำหมุนเวียนโดยตรง
- ข้อดี: ใช้งานสะดวก มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องเสียเวลาละลายน้ำ ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของแคลเซียม จึงหมดกังวลเรื่องการสะสมของแร่ธาตุที่จะกลายเป็นคราบหินปูนเกาะตามขอบสระ
- ข้อเสีย: ด้วยความเข้มข้นที่ต่ำ จึงสลายตัวได้ไวมากเมื่อสัมผัสกับแสงแดดและความร้อน จึงต้องใช้ปริมาณน้ำยาเยอะกว่าคลอรีนประเภทอื่นหลายเท่า ส่งผลให้สารเคมีมีน้ำหนักมาก สิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บ และขนย้ายลำบาก
- ข้อควรระวัง: คลอรีนเหลวจะเสื่อมสภาพและสูญเสียความเข้มข้นลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่จัดเก็บ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดใช้งานก็ตาม ไม่แนะนำให้ซื้อมาตุนไว้เป็นปริมาณมาก ที่สำคัญควรเก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่โดนแสงแดดโดยตรง
แนะนำขั้นตอนการใช้งานตามประเภทของคลอรีน
หลังจากที่คุณเลือกประเภทของคลอรีนที่เหมาะกับงบประมาณและหน้างานแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือการใช้งานตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพราะถ้าคุณเลือกคลอรีนมาดี แต่ใช้งานถูก ๆ ผิด ๆ ก็อาจมีผลต่อประสิทธิภาพของคลอรีนได้เช่นกัน
1. คลอรีนผง
คลอรีนผงมีความเข้มข้นสูงและมีตะกอนแคลเซียม (ในบางชนิด) จึงต้องละลายน้ำภายนอกก่อนเสมอ สำหรับขั้นตอนการใช้คลอรีนผงมีดังนี้
- คำนวณปริมาณ: ตรวจวัดค่าน้ำในสระปัจจุบัน จากนั้นคำนวณปริมาณคลอรีนผงที่ต้องใช้ตามปริมาตรน้ำในสระ เช่น คลอรีนผง 70% ใช้ประมาณ 3 กรัม ต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว) เหมาะสำหรับการบำบัดประจำวัน
- ละลายน้ำ: เตรียมถังพลาสติกสะอาดตักน้ำในสระใส่ให้เกือบเต็ม จากนั้นค่อย ๆ เทคลอรีนผงลงไปในน้ำ
- กวนให้เข้ากัน: ใช้ไม้สะอาดกวนคลอรีนให้ละลายเข้ากับน้ำ จากนั้นตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้สารส้มหรือแคลเซียมบางส่วนตกตะกอนอยู่ก้นถัง
- เทราดรอบสระ: ตักเฉพาะส่วนน้ำคลอรีนที่ใส ๆ เดินเทราดให้ทั่วขอบสระว่ายน้ำ โดยเน้นบริเวณหน้าหัวจ่ายน้ำ เพื่อให้ระบบหมุนเวียนน้ำช่วยกระจายคลอรีนเร็วขึ้น ส่วนตะกอนก้นถังให้เททิ้งภายนอกสระ
2. คลอรีนก้อน
เนื่องจากคลอรีนก้อนถูกออกแบบมาให้ละลายช้า จึงต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์จ่ายเคมีเท่านั้น เพื่อป้องกันผิวกระเบื้องเสียหาย
- เลือกอุปกรณ์จ่าย: เตรียมอุปกรณ์ใส่คลอรีนก้อน ในปัจจุบันมีให้เลือก 3 รูปแบบตามความเหมาะสมของสระ หากเป็นทุ่นลอยคลอรีน จะเหมาะสำหรับลอยอิสระบนผิวน้ำ, กระบอกจ่ายคลอรีนในระบบท่อ เหมาะสำหรับติดตั้งในห้องเครื่อง ส่วนตะกร้าหน้าปั๊ม/ตะกร้าสกิมเมอร์ เหมาะสำหรับหย่อนไว้ในช่องดูดน้ำผิวดิน
- บรรจุและปรับวาล์ว: ก่อนใช้งานจริงแนะนำให้สวมถุงมือหนาเพื่อป้องกันการระคายเคือง จากนั้นนำคลอรีนก้อนขนาด 3 นิ้ว บรรจุลงในอุปกรณ์ แล้วปรับช่องเปิดของทุ่นลอยหรือวาล์วของกระบอกจ่าย เพื่อควบคุมอัตราการไหลผ่านของน้ำให้คลอรีนละลายในปริมาณที่พอเหมาะ
- ปล่อยเข้าระบบ: ปล่อยให้ทุ่นลอยทำงานบนผิวน้ำ หรือเปิดระบบปั๊มน้ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านกระบอกจ่ายคลอรีนก้อนเข้าสู่สระโดยตรง
3. คลอรีนเหลว
คลอรีนเหลวมีให้เลือกใช้งาน 2 รูปแบบ คือการเทมือ เหมาะสำหรับสระขนาดเล็ก และการใช้ระบบปั๊มจ่ายอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสระมาตรฐานและสระพาณิชย์
3.1 การเทมือ (Manual)
- ขั้นตอนที่ 1: ตวงปริมาณคลอรีนเหลวตามสัดส่วนที่ต้องการใส่ในเหยือกพลาสติก (ระวังกระเด็นโดนผิวหนังและเสื้อผ้า)
- ขั้นตอนที่ 2: เดินเทคลอรีนเหลวลงในสระโดยตรง โดยให้เทบริเวณหน้าหัวจ่ายน้ำ (Inlet) ในขณะที่ปั๊มน้ำกำลังทำงาน เพื่อให้น้ำหมุนเวียนพาสารเคมีกระจายตัวและไม่ไปกองอยู่ที่พื้นสระ
3.2 ใช้ปั๊มจ่ายสารเคมีอัตโนมัติ (Dosing Pump)
- ขั้นตอนที่ 1: นำสายดูดเคมีของปั๊ม Dosing หย่อนลงในถังแกลลอนคลอรีนเหลวเข้มข้นตรง ๆ
- ขั้นตอนที่ 2: เซ็ตค่าที่เครื่องควบคุมให้สั่งงานปั๊มฉีดคลอรีนเหลวเข้าไปในท่อน้ำดีตามปริมาณที่ระบบคำนวณอัตโนมัติเมื่อค่าน้ำต่ำกว่าเกณฑ์
ตารางเปรียบเทียบคลอรีนแต่ละประเภท
นี่คือตารางเปรียบเทียบคลอรีนทั้ง 3 ประเภท เพื่อให้คุณเห็นภาพความแตกต่างทั้งคุณสมบัติ การใช้งาน และเกณฑ์ราคาคร่าว ๆ ซึ่งจะช่วยให้เลือกคลอรีนที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด
| หัวข้อ | คลอรีนผง | คลอรีนก้อน | คลอรีนเหลว |
| ความเข้มข้น | สูง (65-90%) | สูงมาก (90%) | ต่ำ (10-15%) |
| ความเร็วในการละลาย | ละลายได้ปานกลางถึงดี (ต้องผสมน้ำก่อน) | ละลายช้ามาก (5-7 วัน/ก้อน) | เป็นของเหลว ละลายเข้ากับน้ำได้ทันที |
| ความสะดวกในการใช้งาน | ปานกลาง (ต้องคอยตัก ละลายน้ำ และเทราด) | สูงมาก (ใส่ทุ่นลอยหรือกระบอกจ่ายทิ้งไว้) | สูง (ใช้เทมือหรือต่อเข้าปั๊มจ่ายอัตโนมัติ) |
| ผลกระทบต่อค่าน้ำ | บางชนิดเพิ่มค่าความกระด้าง (หินปูน) | เพิ่มความเป็นกรด (ทำให้ค่า pH ลดลง) | ไม่เพิ่มหินปูน แต่จะทำให้ค่า pH สูงขึ้นเล็กน้อย |
| การทนต่อแสงแดด UV | ปานกลาง (สลายตัวง่ายหากไม่มี Stabilizer) | สูงมาก เพราะมี Stabilizer ในตัว ช่วยป้องกันแสงแดด | ต่ำมาก (ระเหยและเสื่อมสภาพไวที่สุดเมื่อเจอแดด) |
| ความเหมาะสมของสระ | สระบ้านทั่วไป และใช้ทำ Shock Pool เมื่อน้ำเขียว | สระที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล หรือสระระบบเกลือ | สระขนาดใหญ่, สระโรงแรม หรือสวนน้ำ |
| ระดับราคา (ต่อกิโลกรัม/ลิตร) | ประมาณ 120-180 บาท / กก. (หากซื้อถังใหญ่ 40-50 กก. ราคาเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,500 บาท/ถัง) | ประมาณ 250-350 บาท / กก. (หากซื้อถังใหญ่ 20-50 กก. ราคาเฉลี่ยประมาณ 2,000-5,500 บาท/ถัง) | ประมาณ 20-40 บาท / กก. (หรือลิตร) (มักขายยกแกลลอน 20 กก. ราคาเฉลี่ยประมาณ 400-500 บาท) |
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณราคาในท้องตลาด ราคาอาจผันผวนไปตามแบรนด์ ประเทศผู้ผลิต เช่น จีน, ญี่ปุ่น, สเปน รวมถึงปริมาณขนาดถังที่เลือกซื้อ
ข้อควรระวังในการใช้งานคลอรีนในสระว่ายน้ำ
เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าต่อการใช้งานมากที่สุด เรามีข้อควรระวังที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อและนำมาใช้ดังนี้
- สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ทุกครั้ง: ก่อนสัมผัสหรือตักตวงคลอรีน ต้องสวมหน้ากากกันสารเคมี เพื่อป้องกันฝุ่นผงและไอระเหยที่กัดกร่อนระบบทางเดินหายใจ, สวมถุงมือยางหนา และแว่นตานิรภัยทุกครั้ง
- ห้ามเทน้ำใส่คลอรีนผงเด็ดขาด: สำหรับคลอรีนผงจะต้องเทคลอรีนลงในน้ำเท่านั้น การเทน้ำใส่คลอรีนที่อยู่ก้นถังอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างรุนแรงจนทำให้สารเคมีอาจพุ่งกระจายหรือระเบิดใส่ใบหน้าและผิวหนัง
- ห้ามผสมคลอรีนกับสารเคมีอื่นโดยตรง: โดยเฉพาะกรด เช่น กรดเกลือ หรือกรดแห้ง เพราะการผสมคลอรีนเข้ากับกรดโดยตรงจะทำให้เกิดก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษสีเหลืองอมเขียว หากสูดดมเข้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- ห้ามโยนคลอรีนก้อนหรือคลอรีนผงที่ยังไม่ละลายลงสระโดยตรง: เพราะคลอรีนที่เข้มข้นจะจมลงสู่ก้นสระและกัดกร่อนพื้นผิววัสดุ รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จนทำให้ผิวกระเบื้อง ยาแนว หรือผ้าใบไวนิลเกิดรอยด่าง ซีดขาว และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินชิ้นอื่น
- เติมคลอรีนในช่วงที่ไม่มีผู้ใช้งานและช่วงแดดร่ม: แนะนำให้เติมคลอรีนในช่วงเย็นหรือค่ำหลังจากปิดสระ เพื่อป้องกันผิวหนังของผู้เล่นน้ำสัมผัสกับคลอรีนเข้มข้นโดยตรง และลดการระเหยสลายตัวของคลอรีนจากแสงแดดในตอนกลางวัน
- จัดเก็บในสถานที่ที่เหมาะสม: ควรเก็บแกลลอนหรือถังคลอรีนไว้ในห้องเคมีที่แห้ง เย็น อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง ที่สำคัญต้องปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันความชื้นที่ทำให้เคมีเสื่อมสภาพ
- แยกพื้นที่จัดเก็บคลอรีนและกรดออกจากกัน: วางถังคลอรีนและถังกรดแยกห่างจากกันคนละมุมห้องหรือแยกห้องจัดเก็บ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลมาผสมกันจนเกิดก๊าซพิษ
- ตรวจสอบปริมาณคลอรีนตกค้างก่อนเปิดสระ: ใช้ชุดทดสอบค่าน้ำตรวจเช็กให้ปริมาณคลอรีนในสระอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเสมอ (สระทั่วไปควรอยู่ที่ 1.0-3.0 ppm) หากค่าคลอรีนสูงเกินไปอาจทำให้ผู้เล่นน้ำมีอาการตาแดง ผิวแห้งกร้าน หรือระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ
ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่าคลอรีนมีกี่ประเภทและเลือกรูปแบบที่เหมาะกับหน้างานจริง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการหมั่นตรวจเช็กค่าน้ำและรักษาสมดุลเคมีให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำในการคำนวณปริมาณให้ถูกต้อง หากคุณเป็นมือใหม่ ไม่แน่ใจว่าต้องใช้คลอรีนปริมาณเท่าไหร่ แนะนำให้ใช้บริการจากช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งานสระทุกคน และช่วยยืดอายุการใช้งานสระว่ายน้ำของคุณให้นานที่สุด
