วิธีวัดค่าเกลือสระว่ายน้ำที่ถูกต้อง ค่าเกลือในสระเท่าไหร่ถึงจะดี

ค่าเกลือสระว่ายน้ำ

การวัดค่าเกลือสระว่ายน้ำที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้เครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือทำงานเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยเซฟค่าสารเคมีและยืดอายุการใช้งานของแผ่นเซลล์ราคาแพงในห้องเครื่องได้อีกด้วย แต่หากคุณวัดค่าผิดก็อาจทำให้สระว่ายน้ำของคุณกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว หรือในทางกลับกัน น้ำที่เค็มเกินไปอาจกัดกร่อนจนโครงสร้างและผิวสระเสียหาย ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงข้อเสียจากการวัดค่าแบบผิด ๆ พร้อมบอกขั้นตอนการเช็กอย่างละเอียด เพื่อให้สระที่คุณรักใสสะอาด อยู่กับคุณไปนาน ๆ 

การวัดค่าเกลือสระว่ายน้ำ สำคัญอย่างไร?

ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบสระเกลือไม่ได้ใช้เกลือในการฆ่าเชื้อโรคโดยตรง แต่ใช้เกลือเป็นสารตั้งต้นให้กลายเป็นเครื่องผลิตคลอรีนอัตโนมัติ โดยแปลงเกลือในน้ำให้กลายเป็นน้ำยาคลอรีนสำหรับบำบัดสระ หากปริมาณเกลือไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลกระทบโดยตรง 2 ด้าน ดังนี้

กรณีค่าเกลือน้อยเกินไป
(น้ำจืดเกินไป)

เครื่องผลิตคลอรีนจะไม่สามารถทำงานได้ หรือผลิตคลอรีนออกมาได้น้อยมาก ทำให้น้ำในสระขาดสารฆ่าเชื้อโรค ส่งผลให้น้ำเริ่มขุ่น น้ำเขียวจากตะไคร่น้ำเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรียต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทำให้เครื่องผลิตคลอรีนต้องเค้นพลังงานทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้แผ่นเซลล์ราคาแพงเสื่อมสภาพและพังไวขึ้น

กรณีค่าเกลือสูงเกินไป
(น้ำเค็มเกินไป)

แม้เครื่องจะยังคงผลิตคลอรีนได้ แต่น้ำที่เค็มจัดจะเริ่มส่งผลเสียต่อผู้ใช้งาน ทั้งอาการตาแดง แสบตา แสบจมูก ผิวแห้งตึง และระคายเคืองผิวหนังอย่างรุนแรง ที่สำคัญ ความเค็มที่มากไปจะเข้าไปกัดกร่อนโครงสร้างสระ ยาแนว ผิวสระ รวมถึงอุปกรณ์สแตนเลสต่าง ๆ เช่น บันไดสระ ไฟใต้น้ำ และแกนมอเตอร์ของปั๊มน้ำให้เกิดสนิมและผุกร่อนเสียหายในระยะยาว

ค่าเกลือสระว่ายน้ำที่ดี ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

สำหรับค่าเกลือในสระว่ายน้ำมาตรฐานควรอยู่ที่ประมาณ 3,000 ppm (หรือช่วงค่าเกลือมาตรฐานประมาณ 2,700-3,400 ppm) ซึ่งเป็นระดับที่ช่วยให้เครื่องผลิตคลอรีนทำงานเต็มประสิทธิภาพที่สุดโดยที่ผู้ใช้งานสระจะไม่รู้สึกว่าน้ำในสระเค็มหรือระคายเคืองตาเลย

อย่างไรก็ตาม สเปกของเครื่องผลิตคลอรีนแต่ละแบรนด์อาจต้องการค่าเกลือขั้นต่ำแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น บางยี่ห้อต้องการเพียง 2,500 ppm หรือบางยี่ห้อเคลมว่ารองรับได้ถึง 4,000 ppm ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสระว่ายน้ำระบบเกลือคือการอ้างอิงตามคู่มือการใช้งานของเครื่องผลิตคลอรีนรุ่นที่คุณติดตั้งควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การตั้งค่าแม่นยำและปลอดภัยต่อระบบห้องเครื่องในระยะยาว

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ค่าเกลือสระว่ายน้ำของเราพอดีแล้ว?

การแบ่งประเภทวาล์วสระว่ายน้ำในห้องเครื่องจะแบ่งตามโครงสร้างภายในและการควบคุมทิศทางน้ำ หากนับเฉพาะตัวหลัก ๆ ที่จำเป็นต่อระบบหมุนเวียนและระบบบำบัดน้ำจะมีอยู่ 5 ประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดดังนี้

1. แผ่นตรวจวัดค่าเกลือ (Salt Test Strips)

เป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด ใช้งานสะดวกที่สุดสำหรับเจ้าของสระทั่วไป ให้คุณจุ่มแผ่นทดสอบลงในตัวอย่างน้ำในสระตามเวลาที่กำหนด จากนั้นตัวแถบสารเคมีบนกระดาษจะเริ่มเปลี่ยนสี แล้วนำสีที่ได้ไปเทียบกับตารางข้างขวดเพื่ออ่านค่าออกมาเป็นปริมาณเกลือ ถึงแม้ว่าอาจจะคลาดเคลื่อนได้บ้างเล็กน้อยตามสายตาผู้มอง แต่ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าน้ำในสระเค็มพอดีหรือยังในเบื้องต้น

2. เครื่องวัดค่าน้ำดิจิทัล (Digital Salt Meter)

เป็นเครื่องมือวัดแบบปากกาที่นิยมใช้ในหมู่ช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพและเจ้าของสระที่ต้องการความเป๊ะสุด ๆ เพียงแค่นำปลายหัวอ่านจุ่มลงในน้ำ สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จะตรวจวัดค่าความนำไฟฟ้าของเกลือในน้ำ แล้วประมวลผลออกมาเป็นตัวเลขดิจิทัลหน่วย ppm (Parts Per Million) บนหน้าจอทันที ข้อดีคือให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว มีความแม่นยำสูง ไม่ต้องมานั่งกะเกณฑ์เทียบสีด้วยสายตาตัวเอง

3. หน้าจอแจ้งเตือนของเครื่องผลิตคลอรีน (Salt Chlorinator Display)

เป็นวิธีเช็กที่ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องตักน้ำมาตรวจเองเลย เพราะเครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือรุ่นใหม่ ๆ ในห้องเครื่องจะมีเซนเซอร์อัจฉริยะคอยวัดค่าเกลือที่ไหลผ่านระบบท่ออยู่ตลอดเวลา หากระดับเกลือในสระอยู่ในเกณฑ์ที่พอดี หน้าจอจะขึ้นสถานะปกติหรือระบุตัวเลข ppm ชัดเจน แต่ถ้าวันไหนเกลือขาดหรือเกิน ตัวเครื่องจะขึ้นไฟกระพริบเตือน หากเป็นคำว่า Low Salt แสดงว่าค่าเกลือต่ำไป หรือหากเป็นคำว่า High Salt แสดงว่าค่าเกลือสูงไป

มีสูตรคำนวณการเติมเกลือไหม?

เพื่อให้คุณเข้าใจง่ายและเติมเกลือให้ได้ค่ามาตรฐาน เรามีสูตรที่ช่างดูแลสระว่ายน้ำใช้คำนวณกันทั่วโลก เพื่อหาว่าต้องเทเกลือลงไปเพิ่มอีกกี่กิโลกรัม โดยคำนวณจากปริมาตรน้ำและค่าเกลือที่ขาดไป ดังนี้

( ปริมาตรน้ำในสระ × ค่าเกลือที่ต้องเพิ่ม )
1,000
=
ปริมาณเกลือที่ต้องเติม (กิโลกรัม)

คำอธิบายตัวแปรในสมการ:

  • ปริมาตรน้ำในสระ: คิดเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม. หรือคิว)
  • ค่าเกลือที่ต้องเพิ่ม: ส่วนต่างของค่าความเข้มข้นเกลือที่ยังขาดอยู่ (ppm)
  • 1,000: ค่าคงที่สำหรับใช้แปลงหน่วยน้ำหนักให้เป็น กิโลกรัม

ตัวอย่าง: สระกว้าง 4 เมตร, ยาว 8 เมตร, น้ำลึก 1.2 เมตร
ผลลัพธ์: ปริมาตรน้ำจะเท่ากับ 4 x 8 x 1.2 = 38.4 ลูกบาศก์เมตร (คิว)

ตัวอย่าง: ค่าเกลือมาตรฐานที่ต้องการคือ 3,000 ppm แต่เมื่อใช้เครื่องวัดแล้วได้แค่ 1,800 ppm
ผลลัพธ์: ค่าเกลือที่ยังขาดอยู่คือ 3,000 – 1,800 = 1,200 ppm

(38.4 × 1,200) ÷ 1,000 = 46.08 กิโลกรัม

ผลลัพธ์: ปริมาตรน้ำจะเท่ากับ 4 x 8 x 1.2 = 38.4 ลูกบาศก์เมตร (คิว)

สรุปจากตัวอย่าง
สระนี้ต้องเติมเกลือเพิ่มประมาณ 46 กิโลกรัม (ถ้าเกลือกระสอบละ 25 กิโลกรัม ก็ซื้อมาเติมแบบเผื่อเหลือเผื่อขาดนิดหน่อยประมาณ 2 กระสอบก็พอ)

โปรแกรมคำนวณปริมาณเกลืออัตโนมัติ
ปริมาณเกลือที่ต้องเติม: 0 กิโลกรัม
💡 แนะนำซื้อเกลือประมาณ: 0 กระสอบ (คิดจากขนาดกระสอบละ 25 กก.)

วิธีปรับค่าเกลือให้สมบูรณ์แบบ เติมครั้งเดียวจบ

การเทเกลือลงสระดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แค่ฉีกซองแล้วเทก็จบ แต่ในความเป็นจริง หากปรับไม่ถูกวิธีนอกจากจะทำให้ค่าเกลือไม่ได้มาตรฐานแล้ว ยังอาจทำให้ระบบห้องเครื่องเสียหายได้ สำหรับเทคนิคปรับค่าเกลือสระว่ายน้ำให้ได้มาตรฐานและแม่นยำ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 4 เทคนิค ที่ช่างสระว่ายน้ำใช้เพื่อป้องกันค่าน้ำสวิงและป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องผลิตคลอรีนพัง ได้แก่

1. คำนวณปริมาณก่อนเติมจริงทุกครั้ง

เทคนิคแรกคือการใช้สูตรคำนวณ (ปริมาตรน้ำ × ค่าเกลือที่ขาด) ÷ 1,000 เพื่อหาจำนวนกิโลกรัมที่ต้องเติมจริง การเดาหรือกะจากสายตาว่าควรใส่กี่กระสอบ มักจบลงด้วยปัญหาน้ำเค็มจัดจนกัดกร่อนผิวสระ หรือน้ำจืดไปจนเครื่องไม่ทำงาน การสละเวลาคำนวณเพียง 1 นาที จะช่วยให้คุณซื้อเกลือมาเติมได้พอดีในรอบเดียว ไม่ต้องเหนื่อยสูบน้ำทิ้งหรือวิ่งไปซื้อเพิ่ม

2. กระจายเทเกลือรอบสระและเปิดระบบหมุนเวียนน้ำทันที

เมื่อได้ปริมาณเกลือที่ถูกต้องแล้ว เวลาเติมห้ามเทเกลือทั้งหมดลงไปกองรวมกันที่จุดใดจุดหนึ่งเด็ดขาด โดยเฉพาะบริเวณใกล้ ๆ ช่องดูดน้ำ เพราะเกลือที่ยังไม่ละลายจะถูกดูดเข้าห้องเครื่องไปกัดกร่อนชิ้นส่วนปั๊มน้ำและแผ่นเซลล์โดยตรง เทคนิคที่ถูกต้องคือให้เดินวนเทเกลือกระจายให้ทั่วขอบสระหรือเทลงในฝั่งน้ำลึกที่น้ำกระเพื่อม จากนั้นให้เปิดปั๊มน้ำในโหมดหมุนเวียนปกติหรือโหมดหมุนเวียนไม่ผ่านถังกรอง แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้เม็ดเกลือละลายและแตกตัวเข้ากับน้ำได้ทั่วทั้งสระ

3. ปิดเครื่องผลิตคลอรีนชั่วขณะ ระหว่างที่เกลือยังละลายไม่หมด

ในช่วงที่เราเพิ่งเทเกลือลงไปใหม่ ๆ เม็ดเกลือจะตกลงไปกองอยู่ที่พื้นสระและค่อย ๆ ละลาย ทำให้ค่าน้ำบริเวณนั้นมีความเข้มข้นของเกลือสูงปรี๊ดเกินมาตรฐานไปชั่วขณะ หากเราเปิดเครื่องผลิตคลอรีนทิ้งไว้ทันที เซนเซอร์ของเครื่องจะตรวจเจอค่าเกลือที่สูงเกินไปจนระบบรวน หรือทำให้กระแสไฟฟ้าส่งไปยังแผ่นเซลล์แรงเกินไปจนแผ่นเซลล์เกลือไหม้และพังเสียหาย ดังนั้น แนะนำให้ปิดสวิตช์ตัวเครื่องผลิตคลอรีนไว้ก่อน (เปิดแค่ปั๊มน้ำเพื่อหมุนเวียนน้ำ) รอจนมั่นใจว่าเกลือละลายไปกับน้ำหมดแล้วค่อยกลับมาเปิดเครื่องใช้งาน

4. เว้นระยะ 24 ชั่วโมง ก่อนกลับมาตรวจค่าเกลือซ้ำ

หลังจากเทเกลือและเปิดปั๊มหมุนเวียนน้ำทิ้งไว้แล้ว ห้ามนำแผ่นตรวจหรือเครื่องวัดดิจิทัลมาจุ่มเช็กค่าน้ำทันทีเด็ดขาด เพราะเกลือที่ยังกระจายตัวไม่ทั่วถึงจะทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนสูงมาก ประมาณว่าวัดตรงนี้ได้ค่าสูง แต่วัดตรงนั้นได้ค่าต่ำ ปล่อยให้ระบบรันน้ำผ่านไปครบ 24 ชั่วโมงเต็ม เพื่อให้เกลือละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำทั้งสระ 100% จากนั้นจึงค่อยตักน้ำมาตรวจเช็กค่าเกลือซ้ำอีกครั้ง ซึ่งค่าที่ได้ในรอบนี้จะเป็นค่าที่แท้จริง แล้วค่อยเปิดเครื่องผลิตคลอรีนรันระบบยาว ๆ เลย

อยากให้ระบบน้ำเสถียร? เริ่มต้นด้วยการควบคุมค่าเกลือสระว่ายน้ำให้ได้มาตรฐาน

นอกจากการเติมค่าเกลือตามค่ามาตรฐานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามก็คือการควบคุมค่าเกลือสระว่ายน้ำให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ สำหรับวิธีควบคุมที่คุณทำได้ด้วยตัวเองมีแค่ 3 ข้อง่าย ๆ ดังนี้

  • หมั่นตรวจเช็กค่าน้ำเป็นประจำ: ควรวัดค่าเกลืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อควบคุมให้อยู่ในช่วงมาตรฐาน 3,000 ppm ไม่ปล่อยให้ค่าน้ำสวิงนานจนระบบในสระรวน
  • สังเกตความผิดปกติของตัวเครื่อง: หากหน้าจอเครื่องผลิตคลอรีนขึ้นไฟเตือน กำลังการผลิตคลอรีนเปอร์เซ็นต์ดรอปหล่นลงมา หรือน้ำในสระเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับ ขุ่นมัว ให้รีบตรวจเช็กค่าเกลือทันที
  • ระวังค่าน้ำเปลี่ยนหลังฝนตกใหญ่: น้ำฝนปริมาณมากจะเข้าไปเจือจาง ทำให้ค่าเกลือลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว คุณต้องคำนวณและเติมเกลือเพิ่มเพื่อรักษาความเสถียรทันทีหลังฝนตกใหญ่
  • ล้างทำความสะอาดแผ่นเซลล์ผลิตคลอรีน: ต่อให้ค่าเกลือพอดี แต่ถ้าแผ่นเซลล์มีคราบหินปูนมาเกาะเกรอะกรัง เครื่องก็จะแปลงเกลือเป็นคลอรีนไม่ได้ เราขอแนะนำให้คุณแกะมาล้างคราบตะกรันออกทุก ๆ 3-6 เดือนจะดีที่สุด

สุดท้ายนี้ หากคุณพบปัญหาค่าเกลือสระว่ายน้ำสวิงบ่อย ปรับเท่าไหร่ก็ไม่นิ่งสักที หรือทำตามสูตรแล้วแต่น้ำก็ยังไม่ใส มีคราบตะไคร่กวนใจไม่จบสิ้น อย่ารอให้ระบบห้องเครื่องต้องพังไปซะก่อน PoolSPT เรามีทีมช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพที่พร้อมเข้าดูแล ตรวจเช็กระบบ และบาลานซ์ค่าน้ำให้ใสสะอาด ปลอดภัยด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณมีความสุขกับสระว่ายน้ำที่รักโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยแก้ปัญหาเอง