เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ เปิดสาเหตุการเกิดตะคริวตอนว่ายน้ำ

เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ เปิดสาเหตุการเกิดตะคริวตอนว่ายน้ำ

ประโยชน์ของการว่ายน้ำนั้นมีมากมาย แต่ปัญหาจากการว่ายน้ำก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาที่นักว่ายน้ำส่วนใหญ่มักจะเจอก็คือ “การเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ” นอกจากจะทำให้ร่างกายมีอาการเจ็บปวด และสูญเสียจังหวะในการออกกำลังกายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นจมน้ำได้ หากไม่สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที การเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีป้องกันการเกิดตะคริว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักว่ายน้ำหรือผู้ที่รักการว่ายน้ำทุกคนควรรู้

ตะคริว คืออะไร?

ตะคริว คือภาวะที่กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างฉับพลันโดยไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด บางครั้งมีกล้ามเนื้อแข็งตึงและไม่สามารถขยับได้ตามปกติ 

อาการเมื่อเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ

  • เจ็บปวดเฉียบพลัน : กล้ามเนื้อจะหดเกร็งทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว มักเกิดที่น่อง เท้า และต้นขา
  • กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง : รู้สึกตึงแน่น และแข็งเหมือนมีก้อนเกาะอยู่ในกล้ามเนื้อ
  • เคลื่อนไหวลำบาก : ไม่สามารถเหยียดหรือขยับขาได้ตามปกติ ทำให้ว่ายน้ำต่อไม่ได้ หากเกิดขึ้นตอนอยู่ในน้ำลึก อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • รู้สึกหายใจติดขัด : เนื่องจากตกใจ และมีอาการปวดในจุดที่เป็นตะคริว ทำให้เผลอหายใจผิดจังหวะหรือสำลักน้ำไปนั่นเอง 

กรณีที่เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำแบบรุนแรงมาก ๆ อาจทำให้ว่ายน้ำต่อไม่ได้ และมีความเสี่ยงที่จะจมน้ำ หากขาดการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ควรรีบแก้ไขให้ได้ก่อนที่กล้ามเนื้อจะเกิดการเกร็งอย่างเต็มที่

สาเหตุการเกิดตะคริว คืออะไร?

การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งขา แขน ลำตัว และการควบคุมการหายใจ ซึ่งเป็นต้นตอของสาเหตุที่ทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ โดยสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจาก

1. การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป 

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ ก็คือการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป เพราะในระหว่างการว่ายน้ำ ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและน่องที่ทำงานหนักจากการออกแรงซ้ำ ๆ เมื่อใช้แรงมากเกินไป หรือว่ายน้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดความเมื่อยล้า และไม่สามารถผ่อนคลายได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดการหดเกร็งจนกลายเป็นตะคริวที่ขาขณะว่ายน้ำได้นั่นเอง

2. การขาดน้ำและเกลือแร่ 

แม้จะอยู่ในน้ำ แต่ร่างกายยังคงสูญเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย ซึ่งการสูญเสียเกลือแร่และของเหลวในร่างกาย เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม จะทำให้สมดุลการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อเสียไป ส่งผลให้การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อผิดปกติและเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ง่าย

3. อุณหภูมิน้ำเย็นเกินไป 

การว่ายน้ำในสระว่ายน้ำเย็น ๆ จะทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนเลี้ยงกล้ามเนื้อได้น้อยลง จนเกิดการหดเกร็ง ทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนขาและเท้าที่อยู่ในน้ำเย็นตลอดเวลา การดูแลสระว่ายน้ำให้พร้อมสำหรับการใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญ

4. การอบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ 

หากรีบลงสระโดยไม่วอร์มอัปร่างกายก่อน อาจทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ยังไม่ยืดหยุ่นเต็มที่ จะเกิดการหดตัวและต้านแรงทันทีเมื่อถูกใช้งานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดตะคริวขณะว่ายน้ำนั่นเอง

5. การขาดการฝึกฝนร่างกาย 

ผู้ที่ว่ายน้ำไม่สม่ำเสมอ หรือเพิ่งเริ่มฝึกว่ายน้ำใหม่ ๆ เมื่อร่างกายเกิดการใช้แรงมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเร็ว ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหดเกร็งง่าย จนกลายเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ร่างกายยังไม่ฟิตพอ

6. ท่าทางการว่ายน้ำที่ผิด 

การว่ายน้ำด้วยท่าทางผิด ๆ หรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้เช่นเดียวกัน เช่น การเหยียดปลายเท้ามากเกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณฝ่าเท้าและน่องหดเกร็ง หรือการว่ายในท่าที่ไม่ถนัด จนทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักผิดปกติ นำไปสู่การเป็นตะคริวที่ขานั่นเอง

จะเห็นว่าสาเหตุการเกิดตะคริว มักมาจากการใช้ร่างกายมากเกินไป และการเตรียมตัวไม่เพียงพอ เช่น ใช้แรงมากเกินไป การขาดน้ำ-เกลือแร่ หรือการว่ายในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำ จะช่วยให้สามารถป้องกันการเกิดตะคริวได้มากขึ้น

วิธีการป้องกันการเกิดตะคริว

1. วอร์มอัพและยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนว่ายน้ำ

การวอร์มอัปก่อนว่ายน้ำ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อได้ โดยการยืดกล้ามเนื้อขา น่อง และข้อเท้า อย่างน้อย 5–10 นาที จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ เนื่องจากน้ำจะช่วยรักษาสมดุลและความชุ่มชื่นของร่างกายได้นั่นเอง ก่อนว่ายน้ำอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และคอยจิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ นอกจากนี้ หากว่ายน้ำเกิน 1 ชั่วโมง ควรดื่มเกลือแร่เพิ่มเติมด้วย เพื่อทดแทนโซเดียมและโพแทสเซียมที่เสียไป

3. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำเย็น

น้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ง่าย จึงไม่ควรลงสระว่ายน้ำในขณะที่น้ำเย็น แต่หากจำเป็น ควรวอร์มอัปร่างกายก่อน และลงน้ำอย่างช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว 

4. ว่ายน้ำในท่าที่เหมาะสมกับร่างกาย

หากเริ่มต้นฝึกว่ายน้ำ ควรเลือกท่าที่ใช้แรงน้อยก่อน เช่น ท่าฟรีสไตล์แบบช้า ๆ เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป เมื่อฝึกไปนาน ๆ แล้ว ค่อยเพิ่มระยะทาง ความเร็ว หรือเปลี่ยนท่าทางในภายหลัง หากว่ายน้ำแล้วรู้สึกเจ็บส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือมีอาการเมื่อยผิดปกติ ควรปรับท่าว่ายน้ำให้ถูกต้อง

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

กล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ สร้างความเสี่ยงให้เป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ง่าย ก่อนว่ายน้ำจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน ให้ร่างกายพร้อมสำหรับการใช้พลังงานหนัก ๆ 

6. ฝึกกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการฝึกเวทเทรนนิ่ง จะช่วยเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ ทำให้ทนต่อแรงต้านของน้ำได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ 

การเข้าใจว่าตะคริว คืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และมีการป้องกันการเกิดตะคริวอย่างไร เป็นสิ่งที่คนหัดว่ายน้ำจำเป็นต้องรู้ เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นตะคริวตอนว่ายน้ำได้ ทำให้การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย สนุกสนาน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หากต้องการสอบถามเรื่องสระว่ายน้ำเพิ่มเติม สามารถปรึกษา PoolSPT ผู้ให้บริการดูแลทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เชียงใหม่แบบครบวงจร ได้ทุกวัน ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ เวลา 8:00-17:00 น.