ตะแกรงสระว่ายน้ำสำคัญแค่ไหน รับมืออย่างไรดีเวลาตะแกรงมีปัญหา

ตะแกรงสระว่ายน้ำ

ตะแกรงสระว่ายน้ำ อาจเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนรู้อยู่แล้วว่าต้องมีอยู่รอบขอบสระ แต่อย่าเพิ่งมองข้ามความสำคัญของมันไป เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ดักเศษสิ่งสกปรกรอบสระเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยทั้งต่อผู้ใช้งานและตัวสระว่ายน้ำด้วย ในบทความนี้ผมจะพามาเจาะลึกอุปกรณ์ชิ้นนี้กันอย่างละเอียด เพื่อการดูแลตะแกรงให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ตะแกรงสระว่ายน้ำ คืออะไร?

ตะแกรงสระว่ายน้ำ (Overflow Grating) หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ เกรตติ้งสระว่ายน้ำ หรือตะแกรงน้ำล้นสระว่ายน้ำ คือ แผ่นตะแกรงพลาสติกเรียงเป็นแนวยาวอยู่รอบ ๆ ขอบสระว่ายน้ำ Overflow มีหน้าที่เป็นตัวรองรับน้ำที่ล้นออกมาจากสระแล้วส่งต่อไปยังระบบกรองบำบัดน้ำ เป็นหน้าต่างคอยดักเศษใบไม้หรือขยะชิ้นใหญ่ไม่ให้ไหลลงไปในท่อระบายน้ำ และด้วยความที่ตัวตะแกรงส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกกลุ่ม PP หรือ ABS คุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติสากและหนืดมือ จึงช่วยป้องกันผู้ใช้งานสระไม่ให้ลื่นล้มเวลาเดินผ่านขอบสระอีกด้วย

หน้าที่ของตะแกรงสระว่ายน้ำ มีอะไรบ้าง?

หลายคนรู้แค่ว่าตะแกรงสระว่ายน้ำทำหน้าที่ดักจับขยะและกันลื่นเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีบทบาทสำคัญที่ส่งผลต่อสระว่ายน้ำในระยะยาวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

  • ช่วยซับแรงกระแทกของคลื่น: เวลาที่มีคนว่ายน้ำหรือกระโดดลงน้ำ ตะแกรงรอบสระจะช่วยลดแรงสะท้อนของมวลน้ำไม่ให้ตีกลับเข้ามาในสระ ทำให้ผิวน้ำนิ่งเร็วขึ้นและว่ายน้ำได้สบาย ๆ
  • ป้องกันอุบัติเหตุ: ตัวตะแกรงช่วยปิดรางระบายน้ำล้นรอบสระไว้มิดชิด จึงมีพื้นที่เวลาก้าวเดินรอบสระได้มากขึ้นและป้องกันอุบัติเหตุนิ้วเท้าตกร่อง ซอกขาติด หรือก้าวพลาดจนขาแพลง
  • ยืดอายุระบบกรองและปั๊มน้ำ: ตะแกรงจะช่วยคัดกรองสิ่งสกปรกตั้งแต่ต้นทางบนพื้นรอบสระ ป้องกันไม่ให้เศษใบไม้ ขยะ หรือสิ่งปฏิกูลตกลงไปอุดตันในรางน้ําล้นสระว่ายน้ำ ช่วยลดภาระการทำงานของปั๊มน้ำ ทำให้ระบบหมุนเวียนน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานระบบกรองไปในตัว
  • ช่วยให้สระดูมีมิติ: หากเลือกตะแกรงสระว่ายน้ำที่มีสีและลวดลายแมตช์กับสีกระเบื้อง ก็จะช่วยให้พื้นที่ระหว่างตัวสระและพื้นรอบสระดูเชื่อมเป็นผืนเดียวกัน ช่วยให้ภาพรวมของสระดูหรูหราและกว้างขวาง ดูน่าใช้งานมากกว่าสระโล้น ๆ

ตะแกรงสระว่ายน้ำ มีกี่แบบ อะไรบ้าง

1. ตะแกรงพลาสติก (พลาสติก ABS / PP)

ตะแกรงสระว่ายน้ำ ABS เป็นตะแกรงที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดและพบเห็นได้บ่อยตามสระว่ายน้ำทั่วไป เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นได้ดี ติดตั้งง่าย และราคาถูกสุดในท้องตลาด อีกทั้งยังมีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย แถมสีที่ผลิตส่วนใหญ่อย่างสีขาวและสีครีมก็เป็นสีที่แมตช์กับสระหลายรูปแบบ ในตลาดจะแบ่งตะแกรงพลาสติกออกเป็น 2 เกรดหลัก ๆ ได้แก่ เกรด ABS ที่เน้นความแข็งแรง เหนียวแน่น ทนต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี และเกรด PP ที่เน้นความยืดหยุ่น ราคาประหยัด และทนเคมีได้ดี

ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วตะแกรงพลาสติกเองก็มีข้อจำกัดสำคัญเวลาตากแดดแรงจัดเป็นเวลานานหลายปี อาจทำให้มวลพลาสติกเสื่อมสภาพและแห้งกรอบ หรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่นจนทำให้สระดูเก่าลงได้ง่ายกว่าตะแกรงประเภทอื่น

2. ตะแกรงสแตนเลส (Stainless Steel)

ตะแกรงสระว่ายน้ำสแตนเลสจัดเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับสระว่ายน้ำระดับพรีเมียม สระโรงแรม หรือสระสไตล์ลักชูรี ส่วนใหญ่จะใช้สแตนเลสเกรดสูงอย่าง 304 หรือ 316 เพื่อให้ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีและระบบเกลือในสระน้ำ แถมยังรองรับน้ำหนักมากได้ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องตะแกรงกรอบหักหรือสีซีด

อายุการใช้งานของตะแกรงสแตนเลสส่วนใหญ่จะยาวนานถึง 10 ปี แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่สูงกว่าตะแกรงพลาสติกหลายเท่า และที่สำคัญตะแกรงประเภทนี้สะสมความร้อนได้ดี หากติดตั้งอยู่กลางแจ้ง เวลาเดินเหยียบอาจจะรู้สึกร้อนจนสะดุ้งได้เลย

3. ตะแกรงไฟเบอร์กลาส (Fiberglass / FRP)

เป็นตะแกรงที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับสระว่ายน้ำยุคนี้ เนื่องจากตัวตะแกรงผลิตจากเรซินเสริมใยแก้วคุณภาพสูง นอกจากจะแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับเหล็ก แต่มีจุดเด่นตรงที่ไม่มีวันเป็นสนิม แถมยังทนต่อสภาพกรด-ด่าง แสงแดด UV เมืองไทย และสารเคมีเข้มข้นในสระว่ายน้ำได้โดยไม่กรอบหักง่าย

ผิวสัมผัสด้านบนของตะแกรงไฟเบอร์กลาส มักถูกออกแบบให้มีลวดลายกันลื่นมาเสร็จสรรพ จึงรองรับน้ำหนักมากได้แม้กระทั่งรถเข็นของหนักลากผ่าน ตอบโจทย์เรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนานนับสิบปีคล้ายสแตนเลส แต่เนื้อวัสดุจะกระด้างกว่าพลาสติกทั่วไป และมีราคาค่าตัวอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางสูง

4. ตะแกรงหิน (Stone / WPC)

เป็นตะแกรงที่เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำดีไซน์หรูหรา หรือสระที่ต้องการความเรียบเนียน ดูกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับธรรมชาติ แตกต่างจากตะแกรงสระว่ายน้ำสำเร็จรูปทั่วไปที่ดูเด่นชัดเกินไปในบางมุม ตะแกรงประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบหินธรรมชาติ เช่น หินทราย, หินแกรนิต และหินเทียมหรือไม้เทียม (WPC) ที่ผลิตขึ้นจากผงหินหรือผงไม้ผสมพอลิเมอร์ จุดเด่นอยู่ที่ความสวยงาม ไร้รอยต่อ ให้ความรู้สึกหรูหรา ส่วนผิวสัมผัสจะมีความสากกันลื่นตามธรรมชาติ ช่วยให้เดินสบายเท้า ไม่ร้อนลวกเท้าเวลาเจอแดดจัด ที่สำคัญยังทนสารเคมีและรังสี UV ได้โดยไม่กรอบหัก

แต่อย่างไรก็ตาม ตะแกรงสระว่ายน้ำประเภทนี้มีราคาสูงที่สุดในบรรดาตะแกรงทั้งหมด แถมยังมีน้ำหนักเยอะ เวลายกขึ้นมาทำความสะอาดรางระบายน้ำก็ทำได้ค่อนข้างยาก และหากเลือกใช้หินธรรมชาติเกรดต่ำหรือไม่เคลือบน้ำยากันซึมให้ดี อาจมีคราบตะไคร่น้ำ คราบเหลือง หรือหินงอกฝังลึกตามรูพรุนของเนื้อหินได้ง่าย ๆ เลย

ตะแกรงสระว่ายน้ำ มีอายุการใช้งานประมาณกี่ปี?

ตะแกรงสระว่ายน้ำโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปีขึ้นไปจนถึง 10 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้และการดูแลรักษา หากเป็นตะแกรงพลาสติกที่ต้องตากแดดเมืองไทยและเจอสารเคมีในสระตลอดเวลา มักจะเริ่มกรอบหรือแตกหักจนต้องเปลี่ยนใหม่ในช่วง 3-5 ปี แต่ถ้าใช้ตะแกรงไฟเบอร์กลาสหรือสแตนเลสเกรดพรีเมียม ก็จะลากยาวไปถึง 10 ปีขึ้นไปได้เลย

ตะแกรงสระว่ายน้ำชำรุด เกิดจากอะไรบ้าง?

ต่อให้คุณจะเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีหรือไม่ก็ตาม แต่ตะแกรงสระว่ายน้ำก็อาจชำรุดเสียหายได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • การตากแดดและสารเคมีกัดกร่อนเนื้อพลาสติก: แดดเมืองไทยขึ้นชื่อว่าร้อนสุด ๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้ตะแกรงโดนรังสี UV แผดเผา แถมยังต้องสัมผัสกับคลอรีนหรือกรดเกลือในสระน้ำอยู่ตลอดเวลา สารเคมีและแสงแดดจะเข้าไปเร่งปฏิกิริยาจนมวลพลาสติกสูญเสียความยืดหยุ่น เนื้อแห้งกรอบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่น หากมีคนไปเหยียบก็อาจแตกหักค้างเท้าทันที
  • รับน้ำหนักมากเกินไป: แม้ตะแกรงจะออกแบบมาให้คนเดินผ่านได้ แต่หลายครั้งก็เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เช่น การลากรถเข็นหนัก ๆ ผ่านขอบสระ การโยนของแข็งหรือถังเคมีกระแทกโดนตะแกรง รวมถึงการเหยียบกระแทกเต็มแรงในจุดที่พลาสติกเริ่มกรอบ ซึ่งรอยแตกหักเหล่านี้อันตรายมาก เพราะอาจบาดเท้าหรือเกี่ยวขาจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อลูกบ้านหรือคนในครอบครัวได้
  • ติดตั้งไม่ดี: หากช่างวัดขนาดรางน้ำล้นไม่พอดี หรือวางตะแกรงเบียดแน่นจนไม่มีช่องว่างให้ตัว เวลาเจอความร้อนจัด อาจทำให้ตะแกรงพลาสติกขยายตัวดันกันเองจนโก่งงอ ในทางกลับกัน ถ้ารางระบายน้ำกว้างเกินไปจนตะแกรงหลวมและดิ้นได้ เวลาคนเดินเหยียบซ้ำ ๆ จะเกิดแรงบิดสะสมที่ทำให้ซี่ตะแกรงรับน้ำหนักไม่สม่ำเสมอและหักง่ายขึ้น
  • แรงกระแทกจากตัวล็อกและแกนยึดชำรุด: ตะแกรงพลาสติกมักจะใช้แกนล็อกเล็ก ๆ ยึดต่อกัน พอใช้งานไปนาน ๆ แกนล็อกอาจหักหรือหลุดหายไปก่อนตัวซี่ตะแกรง ทำให้ชิ้นตะแกรงแยกออกจากกัน เวลาโดนคลื่นน้ำซัดหรือคนเดินเตะบ่อย ๆ ก็ชำรุดเสียหายได้
  • คันหินหรือร่องระบายน้ำรอบสระทรุดตัว: แม้จะไม่ได้เกิดจากตัวตะแกรงโดยตรง แต่หากเลือกใช้บริการติดตั้งกับช่างที่ไม่มีความชำนาญ โครงสร้างรอบสระอาจทรุดตัวหรือร้าวในภายหลัง บีบให้ช่องว่างระว่างสระแคบลงจนบดขยี้ตัวฝาครอบร่องระบายน้ำให้โก่งตัวและแตกหักในที่สุด ซึ่งในกรณีนี้ต่อให้คุณเปลี่ยนตะแกรงใหม่กี่รอบ ไม่กี่เดือนมันก็จะโดนบีบหักเหมือนเดิม

ตะแกรงสระว่ายหัก แก้ยังไงดี?

แม้ว่าปัจจัยบางอย่างจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ โดยเฉพาะสภาพแดดเมืองไทยที่ร้อนจัดตลอดทั้งปี หรือโครงสร้างรอบสระที่ทรุดตัวตามธรรมชาติ แต่เราก็ยังผ่อนหนักเป็นเบาได้ สำหรับวิธีแก้ปัญหาและรับมือที่ช่างสระว่ายน้ำอย่างเราใช้กันดังต่อไปนี้

  • อัปเกรดสเปกวัสดุ: หากตะแกรงรอบสระต้องตากแดดกลางแจ้งตลอดทั้งวัน ผมจะแนะนำให้ลูกค้าเลี่ยงพลาสติกเกรดต่ำ แล้วใช้ตะแกรงพลาสติกเกรด ABS คุณภาพสูงที่ผสมสารป้องกันรังสี UV (UV Stabilizer) แทน หรือขยับไปใช้ตะแกรงไฟเบอร์กลาสที่ทนทานทั้งแดดเมืองไทยและสารเคมีในสระได้ดีกว่า นอกจากนี้หมั่นคุมค่าเคมีในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ปล่อยให้กรดเกลือหรือคลอรีนเข้มข้นจนเกินไป
  • ป้องกันการใช้งานผิดประเภท: นอกจากจะต้องติดป้ายเตือนว่าห้ามลากรถเข็นสัมภาระ รถตัดหญ้า หรือโยนของแข็งลงบนแนวตะแกรงโดยเด็ดขาดแล้ว หากพบว่าตะแกรงเริ่มร้าว ให้รีบกั้นพื้นที่และเปลี่ยนชิ้นใหม่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบ้านหรือคนในครอบครัวมาเหยียบ
  • คำนวณสัดส่วนตอนติดตั้งให้ดี: ช่างอย่างเราจะต้องเผื่อระยะข้อต่อให้ตะแกรงมีพื้นที่ขยายตัวเล็กน้อยและเลือกความกว้างของตะแกรงให้แมตช์กับความกว้างของรางน้ำล้น ไม่หลวมจนตะแกรงดิ้นไปมา หากเป็นสระรูปทรงโค้ง แนะนำให้ใช้ตะแกรงแบบแกนเดี่ยวเพื่อลดแรงบิดตัวของซี่พลาสติก
  • แก้ปัญหาโครงสร้างฐานทรุด แทนการเปลี่ยนตะแกรงซ้ำ ๆ : กรณีที่โครงสร้างรอบสระทรุดหรือบีบตัวจนร่องแคบลง การเปลี่ยนตะแกรงใหม่ไปเรื่อย ๆ อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แนะนำให้รีบช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพเข้ามาปรับโครงสร้างร่องระบายน้ำใหม่ให้ได้ขนาดมาตรฐานก่อน แล้วค่อยวางตะแกรงชุดใหม่ลงไป
  • ตรวจเช็กข้อต่อสม่ำเสมอ: ผู้ดูแลสระจะต้องตรวจเช็กสภาพแนวตะแกรงเป็นประจำ หากเริ่มเห็นตะแกรงแยกออกจากกันหรือมีตัวล็อกหัก ให้รีบหาข้อต่อหรืออะไหล่มาเปลี่ยนทันที เพื่อไม่ให้ชิ้นตะแกรงที่เหลือแบกรับแรงกระแทกและแรงบิดเวลาเหยียบจนพังตาม ๆ กันไป

สุดท้ายแล้ว ถ้าคุณอยากให้ตะแกรงสระว่ายน้ำใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัยจริง ๆ นอกจากจะเลือกวัสดุที่ดีแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับการติดตั้งและดูแลที่ถูกวิธีตั้งแต่แรกด้วยเพราะการติดตั้งที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสระจนต้องมานั่งแก้ไม่จบไม่สิ้นสักที ถ้าคุณไม่อยากปวดหัวกับปัญหาจุกจิกเหล่านี้ ผมขอแนะนำบริการดูแลสระว่ายน้ำจาก PoolSPT เรามีทีมช่างมืออาชีพมากประสบการณ์นับสิบปี จากการทำงานที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจทุกโครงสร้างและสามารถวางแผนติดตั้งให้ตรงตามความต้องการของคุณได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้สระของคุณปลอดภัยและพร้อมใช้งานมากที่สุด