วัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำ มีกี่แบบ เลือกแบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา

วัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการสร้างสระว่ายน้ำ ถ้าคุณเลือกวัสดุไม่ได้คุณภาพเพียงเพราะมีราคาถูก ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน และหากปล่อยไว้นานอาจสร้างความเสียหายต่อสระว่ายน้ำหรือโครงสร้างบ้านของคุณในระยะยาวได้อีกด้วย แล้ววัสดุที่ใช้สร้างสระว่ายน้ำมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะสำหรับคุณมากที่สุด หาคำตอบได้ในบทความนี้
ทำไมต้องเลือกวัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำให้ดี
เพราะพื้นที่ส่วนนี้จะต้องเผชิญกับรังสี UV จากแสงแดดและสารเคมีจากน้ำในสระอยู่ตลอดเวลา การเลือกวัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำที่มีคุณภาพ จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นพื้นลื่นง่าย พื้นแตก หรือกระเบื้องหลุดร่อนจนน้ำซึมเข้าไปในโครงสร้างบ้าน นอกจากนี้การเลือกวัสดุที่ดียังช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลรักษา ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลามานั่งซ่อมแซมบ่อยๆ และถ้าเลือกวัสดุที่เข้ากับดีไซน์ของสระหรือบ้านแล้ว ก็ยังถือเป็นการเพิ่มสีสันให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย
วัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำ มีกี่แบบ อะไรบ้าง?
1. กระเบื้อง
เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาวัสดุทั้งหมด เนื่องจากปลอดภัย ดูแลรักษาง่าย มีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ โดยกระเบื้องยอดนิยม ได้แก่
- กระเบื้องพอร์ซเลน: มีเนื้อที่แข็งแกร่งเพราะผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูงมาก ทำให้อัตราการดูดซึมน้ำต่ำมาก ทนทานต่อแรงกระแทกและสารเคมีได้ดี มีลวดลายสวยงามให้เลือกมากมาย เช่น ลายหินธรรมชาติ ลายไม้ ลายปูนเปลือย
- กระเบื้องเคนไซ: มีเนื้อที่แข็งแกร่งและทนต่อทุกสภาพอากาศ มีผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ลื่น สีไม่ซีดจางง่าย เหมาะสำหรับทำกระเบื้องขอบสระและพื้นที่ทางเดินที่ต้องรองรับการใช้งานอย่างหนัก
2. หินธรรมชาติ
เป็นอีกหนึ่งวัสดุยอดนิยม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทานสูง ผิวสัมผัสไม่ลื่น ไม่เก็บความร้อน เดินแล้วรู้สึกสบายเท้า ได้แก่
- หินทราย: มีผิวสัมผัสไม่ลื่น ไม่เก็บความร้อน ช่วยให้เดินเท้าเปล่าในช่วงร้อนแดดจัดได้ง่ายขึ้น
- หินแกรนิต: ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทาน นิยมนำมาปัดหน้าให้หยาบขึ้นเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ
3. พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย
เป็นวัสดุที่เน้นความแข็งแรงทนทานและการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยวิธีการเทคอนกรีตเสริมเหล็กให้เต็มพื้นที่ แล้วค่อยฉาบสีและปั๊มลวดลายลงบนผิวหน้าในขณะที่ปูนยังไม่แห้งสนิท พื้นที่ได้จึงเป็นเนื้อเดียวกับโครงสร้าง ช่วยให้ตัววัสดุรับน้ำหนักได้ดีและลดปัญหากระเบื้องหลุดร่อนในภายหลัง อีกทั้งยังสามารถทำลวดลายเลียนแบบหินธรรมชาติด้วยอีกด้วย
4. พื้นหินขัด
- ทรายล้าง: ด้วยวิธีการที่นำเม็ดหินและทรายมาผสมกับปูนซีเมนต์ขาวแล้วล้างผิวหน้าออก จึงทำให้พื้นวัสดุมีความหยาบสูงมาก จึงปลอดภัยต่อการใช้งานสูง
- หินขัด: เป็นการขัดผิวหน้าให้เรียบจนเห็นลวดลายของหินด้านใน แล้วเคลือบผิวหน้าให้ฝืดหรือใช้สูตรกันลื่นโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุที่หรูหราและใช้งานได้จริง
5. พื้นไม้รอบสระ
- พื้นไม้จริง: แม้จะให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ แต่จำเป็นต้องเคลือบน้ำยากันซึมและทำสีย้อมไม้อย่างสม่ำเสมอ สำหรับพื้นไม้จริงที่นิยมใช้จะเป็นไม้สักและไม้เต็ง
- พื้นไม้เทียม WPC: เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพื้นไม้แต่ไม่ต้องการการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก มีคุณสมบัติทนน้ำ ทนปลวก และที่สำคัญไม่มีเสี้ยนเหมือนพื้นไม้จริง
5 เคล็ดไม่ลับ เลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำแบบไหนดี
1. เลือกค่ากันลื่นให้เหมาะกับพื้นที่
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณควรนึกถึง แนะนำให้เลือกกระเบื้องที่มีค่ากันลื่นระดับ R10 ขึ้นไป เนื่องจากมีผิวสัมผัสที่ยึดเกาะเท้าได้ดี จึงช่วยป้องกันการลื่นล้มจากพื้นที่เปียกชุ่ม ผู้ใช้งานสระสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่าย
2. เลือกกระเบื้องที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ
กระเบื้องที่ใช้ปูขอบสระจะต้องสัมผัสกับน้ำและแรงดันน้ำตลอดเวลา แนะนำให้เลือกกระเบื้องหรือวัสดุที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำกว่า 0.5% เพื่อลดการเกิดเชื้อราสะสมในเนื้อกระเบื้อง ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหากระเบื้องหลุดร่อนหรือแตกในอนาคต
3. เลือกจากความทนทาน
เนื่องจากระบบบำบัดน้ำในสระจะใช้คลอรีนหรือระบบเกลือเป็นหลัก ส่วนพื้นรอบสระเป็นจุดที่โดนแดดตลอดทั้งวัน หากคุณเลือกกระเบื้องไม่ดี อาจไปทำปฏิกิริยากับสารเคมีจนเกิดเป็นคราบขาวฝังลึกหรือกัดกร่อนจนผิวหน้ากระเบื้องสากกระด้าง แนะนำให้เลือกกระเบื้องที่ผสมเม็ดสีในเนื้อวัสดุและผ่านกระบวนการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูง ซึ่งจะช่วยให้กระเบื้องของคุณยังคงเงางาม เหมือนใหม่อยู่เสมอ ทั้งนี้คุณควรใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับสระว่ายน้ำเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุของคุณได้รับความเสียหายจากการใช้อุปกรณ์ผิดประเภท
4. เลือกตามตำแหน่งติดตั้ง
การใช้กระเบื้องรูปทรงพิเศษ เช่น กระเบื้องจมูกบันได หรือกระเบื้องขอบโค้งบริเวณขอบสระ แทนการตัดมุมกระเบื้องแผ่นเรียบมาชนกัน จะช่วยลดความคมขอบขอบสระ ป้องกันการบาดเจ็บจากการกระแทก แถมยังเพิ่มความสวยงามให้กับสระได้อีกด้วย
5. เลือกจากความสวยงาม
แม้ว่าความปลอดภัยจะเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่สุดท้ายแล้วความสวยงามก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใครหลายคนด้วยเช่นกัน ต่อให้จะแข็งแรง ปลอดภัย แต่ถ้าไม่สวย ไม่ถูกใจ ก็อาจทำใจซื้อยากพอสมควร สำหรับการเลือกกระเบื้องควรคำนึกถึงโทนสีและลวดลายให้สอดคล้องกับตัวบ้าน หากต้องการบรรยากาศแบบ Tropical Style เหมือนได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ แนะนำให้ใช้กระเบื้องลายไม้หรือหินทรายขอบสระว่ายน้ำ ที่ช่วยเสริมพื้นที่ให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
วิธีดูแลวัสดุปูพื้นรอบสระว่ายน้ำให้ใช้งานได้อีกนานๆ
- ทำความสะอาดเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง: การทำความสะอาดสระว่ายน้ำด้วยแปรงขนอ่อนและน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกลาง เพื่อกำจัดคราบฝังลึกและคราบตะไคร่ที่เกิดขึ้นบ่อยบริเวณพื้นขอบสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำสกปรกและอุบัติเหตุลื่นล้ม
- เช็ดคราบสารเคมีหลังใช้งาน: สารคลอรีนหรือเกลือในสระว่ายน้ำมักกระเด็นมาโดนพื้นตลอดเวลาที่ใช้งานสระ หากปล่อยไว้นานอาจทิ้งคราบขาวหรือกัดกร่อนวัสดุปูพื้นได้ แนะนำให้ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างพื้นรอบๆ ทันทีหลังจากใช้งานเสร็จ
- ทาน้ำยาเคลือบผิวทุก 1-2 ปี: ในกรณีที่ใช้วัสดุปูพื้นที่เป็นหินทรายหรือหินธรรมชาติ การทาน้ำยาเคลือบผิวจะช่วยปิดรูพรุนของหิน ป้องกันการรั่วซึม คราบสกปรก และตะไคร่น้ำ
- ตรวจสอบน่องยาแนว: หากพบว่ายาแนวเริ่มหลุดหายให้รีบขูดออกแล้วลงยาแนวใหม่ทันที หากปล่อยไว้นานอาจทำให้น้ำซึมลงไปใต้กระเบื้องจนกระเบื้องหลุดหรือแตก
- ตรวจสอบรอยร้าว: หากพบรอยร้าวหรือพื้นเริ่มทรุดเอียงจนเกิดน้ำขัง ให้รีบติดต่อช่างสระว่ายน้ำเพื่อทำการดูแลสระว่ายน้ำให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง
