มือโดนน้ำแล้วเปื่อย เกิดจากอะไร อันตรายไหม ควรแก้ยังไงดี

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอกับอาการ “มือเปื่อย” โดยเฉพาะเมื่อต้องสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน ยิ่งใครต้องว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมที่อยู่ใกล้ชิดกับน้ำตลอดแล้วมือโดนน้ำแปปเดียวเปื่อยอาจกำลังมีข้อสงสัยว่า มือเปื่อยง่ายเกิดจากอะไร แบบนี้จะอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ แล้วควรแก้ไขยังไงดี บทความนี้มีข้อมูลบอกให้ครบถ้วนเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้อง
มือโดนน้ำแล้วเปื่อย เกิดจากอะไร?
ภาวะมือโดนน้ำแล้วเหี่ยว เปื่อย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ยิ่งใครต้องทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่กับน้ำบ่อย ๆ เช่น ว่ายน้ำ ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ล้างจาน ฯลฯ มักมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าคนทั่วไป แล้วมือเปื่อยง่ายเกิดจากอะไร? นี่คือสาเหตุหลัก
- ระบบประสาทมีการตอบสนองกับหลอดเลือด เมื่อมือสัมผัสกับน้ำร่างกายจะส่งสัญญาณไปยังหลอดเลือดใต้ชั้นผิว ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัวลง เส้นเลือดช่วงปลายนิ้วลดขนาดเล็กน้อยเพื่อเป็นการเพิ่มแรงเสียดทานให้สามารถหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ง่ายขึ้น จึงสังเกตเห็นรอยย่นได้ชัด
- ชั้นผิวหนังเกิดการดูดซับน้ำ ปกติแล้วผิวหนังชั้นนอกของคนเราจะมีเคราตินซึ่งมีคุณสมบัติดูดซึมน้ำได้ พอนิ้วสัมผัสกับน้ำ ผิวบริเวณดังกล่าวจึงเกิดการพองตัวและเหี่ยวย่น ยิ่งตรงปลายนิ้วจะสังเกตเห็นชัดมาก
- การสัมผัสกับเคมีภัณฑ์สระว่ายน้ำ โดยเฉพาะคลอรีนรวมถึงสารบางชนิด เมื่อนิ้วสัมผัสกับคลอรีนจะทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น เหี่ยวง่าย
มือโดนน้ำแล้วเปื่อย อันตรายไหม?
สำหรับคนที่มือเปื่อยง่ายเวลาโดนน้ำ เช่น ต้องดูแลสระว่ายน้ำด้วยการช้อนขยะทุกวัน แม้ไม่ได้ลงน้ำแต่พอหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำที่เปียกน้ำอยู่ เพียงครู่เดียวก็สังเกตเห็นนิ้วมือค่อย ๆ ย่นและเหี่ยว มักกังวลใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าทางการแพทย์ภาวะมือเปื่อยจากการสัมผัสน้ำไม่ได้เป็นอันตรายใด ๆ แถมบางคนยังอาจมีอาการเพิ่มเติม เช่น ผิวแตก ลอกเป็นขุย คัน อักเสบ มีผื่นขึ้น ก็สามารถรักษาได้ทั่วไปตามอาการนั้น ๆ
มือเปื่อยจากการโดนน้ำควรแก้ยังไง?
หากอธิบายกันตามตรงหากมือเปื่อยเมื่อสัมผัสน้ำ หรือบางคนมือโดนน้ำแปปเดียวเปื่อย มือโดนน้ำแล้วเหี่ยวสามารถแก้ได้ด้วยการสัมผัสน้ำให้น้อยที่สุด เช่น ถ้าต้องว่ายน้ำ แช่น้ำ ไม่ควรนานเกิน 30 นาที ยิ่งอยู่ในสระที่มีคลอรีนเมื่อขึ้นจากสระแล้วต้องล้างตัวให้สะอาดทันที รวมถึงยังอาจทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ กรดไฮยาลูรอนิก แอซิด กลีเซอรีน หรือวิตามินอี เพื่อช่วยให้ผิวเกิดความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
